รีวิวเกม Genshin impact ที่สุดของเกม Open world

รีวิวเกม Genshin impact ที่สุดของเกม Open world เกมที่เกมมิ่งรู้จักกันดี

รีวิวเกม Genshin impact

ยินดีต้อนรับเกมมิ่งทุกท่าน วันนี้เรามานำเสนอในเรื่อง รีวิวเกม Genshin impact เกมผจญภัย ที่สุดของเกม Open world เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายน ค.ศ. 2020 (พ.ศ. 2563) เปิดให้เล่นไปอย่างเป็นทางการ สำหรับเกม Genshin Impact เกมผจญภัยแบบ Open-world สัญชาติจีน ที่มีงานภาพสไตล์อนิเมะ

และมีเรื่องราวเกี่ยวกับผู้กล้าที่หลุดเข้ามายังอีกโลกหนึ่ง มาพร้อมพลังที่สามารถต่อกรกับเหล่ามอนสเตอร์ได้ ซึ่งเป็นเกมแบบ Freemium เพราะเปิดให้เล่นฟรี แต่มี In-app Purchases หรือไอเท็มในเกมให้ได้เสียตังค์กัน นั่นก็คือการสุ่มตัวละครหรือที่ทุกคนคุ้นเคยในคำว่า “กาชา” นั่นเอง

สำหรับข้อมูล ข่าวเกม เบื้องต้นของตัวเกม Genshin Impact จะเป็นเกมที่นำเสนอในรูปแบบเกมแนว Action RPG สไตล์ Anime แล้วมีรูปแบบ Openworld ที่จะมอบอิสระในการเล่นให้กับเกมเมอร์ เอาจริงๆ ตัวเกมก็มีการออกแบบระบบมาไม่ได้เดินเนื้อเรื่องเป็นเส้นตรงอย่างเดียว

แต่จะมีเงื่อนไขแล้วข้อจำกัดบางอย่างก่อนที่จะปลดล็อกการเล่นในลำดับถัดไปทำให้ผู้เล่นจะต้องหา Content อื่นๆ ทำเพื่อเก็บเลเวลนักผจญภัยให้มากยิ่งขึ้น ในการปลดล็อกฟีเจอร์ต่างๆ ที่จะมีมากขึ้นตามเลเวลการผจญภัยของเรา ต้องบอกก่อนนะว่าเลเวลผจญภัยกับเลเวลตัวละครแยกกันนะ อย่าเข้าใจผิด

ส่วนระบบ Gameplay ก็จะออกแนว Action โมเดล 3D มีการกดคอมโบโจมตี คลิกซ้ายคลิกขวา ซึ่งแต่ละตัวก็จะมีลูกเล่นแตกต่างกันออกไป แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคิดว่าไม่ค่อยแจ่มก็คือเรื่องเกมเพลย์นี่แหละ ที่ความหลากหลายยังไม่ค่อยเยอะ

ลูกเล่นคล้ายกับทาง Honkai Impact 3rd พอสมควรเพราะผู้เล่นสามารถหาตัวละครมาใส่ในทีมสูงสุดได้ 4 คนแล้วสลับเปลี่ยนกันลงมาต่อสู้ได้ตลอดเวลามันคล้ายกันนั่นเอง และความหลากหลายของ Combo ก็ยังไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ ดังนั้นระบบ Gameplay โดยรวมยังให้คะแนนไม่เยอะนัก

ทำไม Genshin Impact ถึงประสบความสำเร็จมากขนาดนี้ ?

  1. ภาพสวยสไตล์อนิเมะ และมีกลิ่นอายของเกมชื่อดังอีกเกมอยู่มาก

    สิ่งแรกที่เราต้องเห็นก่อนที่จะเข้าไปสัมผัสตัว เกม Genshin Impact ก็คืองานภาพ บางคนไม่เล่นเกมนั้นๆ เลยเพราะภาพไม่ถูกจริต หรือเห็นแล้วไม่ใช่แนวก็มี แต่งานภาพของเกมนี้มีความคล้ายคลึงกับเกม The Legend of Zelda: Breath of the Wild 

    ของเครื่อง Switch อยู่พอสมควร แถมด้วยสไตล์การใช้เครื่องร่อนและการเดินทาง ทำให้แฟนเกมเซลด้าตามมาเล่นเกมนี้ได้ไม่ยาก (ไหนๆ ก็รอภาคใหม่อยู่แล้วด้วย)
  2. มีระบบการต่อสู้แบบใช้ธาตุ

    ตอนแรกผู้เขียนก็ไม่แน่ใจว่าจะเรียกว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกมน่าสนใจได้ไหม แต่จากการสำรวจด้วยการถามคนรอบข้างมาก็ได้ความว่า ระบบการ “ผสมธาตุ” หรือ คอมโบของธาตุ ของเกม Genshin Impact นี้ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เจ้าตัวรู้สึกสนุกและอยากเล่นต่อได้ ก็เลยหยิบมันมาเป็นปัจจัยที่ทำให้เกมน่าสนใจด้วยค่ะ
  3. คราฟต์ของเองได้ ทำอาหารได้ด้วย

    ถูกใจสายฟาร์ม & คราฟต์แน่นอนกับการที่เราสามารถผลิตของใช้เองได้ หนึ่งในฟีเจอร์ของ เกม Genshin Impact ที่ผู้เขียนชอบมากคือการทำอาหารที่มีวัตถุดิบมาตั้งในภาชนะทำอาหารให้เราเห็นด้วยว่า

    เมนูที่เราเลือกผลิตนั้นใส่อะไรลงไปบ้าง และมีมินิเกมออกมาให้กดกันตอนทำอาหารเล็กน้อยด้วยการให้ผู้เล่นรอกดเกจสีส้มเข้มให้ทัน เพื่อให้สามารถทำอาหารได้สำเร็จและเพิ่มค่าความชำนาญในการทำอาหาร
  4. ไม่บังคับเควสต์จนเกินไป มีอิสระในการผจญภัย

    หลายเกมที่เกิดมาแล้วดับไปมักมีรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน นั่นก็คือการทำเกมออกมาในรูปแบบที่ให้เก็บเวลด้วยการทำเควสต์ บางครั้งเกมให้ความสำคัญกับเควสต์มากจนถึงขั้นที่ว่า มอนสเตอร์ตามรายทางมีไว้เพื่อเก็บเควสต์เท่านั้น

    การมาตีเปล่าๆ ไม่มีประโยชน์อะไรเลยก็มี ซึ่งทำให้อิสระในการเล่นของผู้เล่นหายไป บางเกมมีทำทางทำแผนที่ให้สำรวจมากมาย แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาติดลูปกับเควสต์อยู่ดีเพราะเลเวลไม่ขึ้น ทำให้ปลดล็อกแผนที่ใหม่เพื่อไปต่อไม่ได้ เป็นต้น
  5. กาชาคือปัจจัยที่สำคัญ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของเกม

    ขึ้นชื่อว่ากาชา หลายคนก็ย่อมต้องรู้สึกว่าเป็น “อะไรที่ต้องลงทุน” กันอีกแล้ว แม้ว่าในเกม Genshin Impact นี้ การมีตัวละครที่มีดาวสูงและมีค่าพลังเยอะๆ จะทำให้ได้เปรียบในการต่อสู้และลงดัน แต่พอเอาเข้าจริง

    เกมก็มีการแจกตัวละครมาให้ใช้กันแบบครบทุกธาตุ แทบจะไม่จำเป็นต้องไปสุ่ม แต่ก็เป็นเพราะเรื่องของความหลากหลายของอาวุธในการโจมตีที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำคอมโบตามรูปแบบที่แตกต่างกันของศัตรู ที่ทำให้เราหลีกเลี่ยงการสุ่มไม่ได้

>> สนใจ ซื้อหวยออนไลน์ กับเว็บเรา ให้อัตราจ่ายสูงกว่าทุกเว็บ หวยออนไลน์ บาทละ 850